เจาะลึก TheraFill® นวัตกรรม Atelocollagen บริสุทธิ์: นวัตกรรมกู้ผิวใต้ตา ริ้วรอยที่คุณต้องรู้ และการรักษามาตรฐานที่ Revive Clinic

TheraFill® คืออะไร? :

TheraFill® คือสารเติมเต็มผิวหนังชนิดฉีด (Injectable Filler) ที่ผลิตจาก Purified Porcine Collagen Type I (คอลลาเจนจากสุกรชนิดที่ 1) ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูง TheraFill® อยู่ที่กระบวนการผลิตที่ผ่านการกำจัดส่วนปลายของโมเลกุลที่เรียกว่า “Telopeptide” ออก ซึ่งลดความเสี่ยงในการแพ้ ต่างจากคอลลาเจนในยุคอดีต 

ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง KFDA, CE Mark, U.S. FDA รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. ไทย) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Revive Clinic

ทำไมการรักษาด้วย TheraFill® ที่ Revive Clinic ถึงแตกต่าง?

กลไกการทำงานของ TheraFill®

  • เติมเต็มทันที (Immediate Replacement) ด้วยโครงสร้างโมเลกุลที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ TheraFill® จะเข้าไปแทนที่คอลลาเจนที่สูญเสียไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ช่วยหนุนโครงสร้างผิวให้กลับมาเรียบเนียน แก้ไขปัญหาร่องลึกและหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้างโครงร่างผิวใหม่ โดยไม่อักเสบ (Non-Inflammatory Scaffold) ตัวยาจะทำหน้าที่เป็น “Scaffold” หรือโครงร่างตาข่าย โดยไม่ผ่านการอักเสบ ทำให้ระยะเวลาพักฟื้นสั้น
  • ฟื้นฟูระยะยาว (Cellular Regeneration) เมื่อมีผิวที่แข็งแรง เซลล์ Fibroblast ของร่างกายเข้ามาเกาะและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ส่งผลให้ผิวมีความหนาแน่น (Skin Density) และความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นในระยะยาว

TheraFill® ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง?

  • Periorbital Rejuvenation: แก้ไขปัญหาใต้ตาลึก ร่องน้ำตา และความหมองคล้ำ โดยไม่ก่อให้เกิดก้อน (Lumpiness) หรือปรากฏการณ์ Tyndall Effect (แสงสะท้อนสีฟ้าใต้ผิว) 
  • Fine Lines Correction: ริ้วรอยตื้นๆ บริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และรอยตีนกา
  • Skin Revitalization:ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความแน่นกระชับ รูขุมขนดูละเอียดขึ้น และคืนความฉ่ำวาวสุขภาพดี
  • รักษาหลุมสิวและแผลเป็น: ช่วยเติมเต็มแผลเป็นหลุมสิวขนาดเล็กให้ดูตื้นและเรียบเนียนขึ้น 

จุดเด่นของ Therafill คอลลาเจนสดที่ต่างจากหัตถการอื่น

  • ปลอดภัยสูงสุด ไม่เสี่ยงอุดตันหลอดเลือด: ด้วยขนาดโมเลกุลที่เล็กระดับนาโน (เล็กกว่า 0.45 ไมครอน) ซึ่งเล็กกว่าเส้นเลือดฝอยอย่างมาก ทำให้มีความปลอดภัยสูงมากเมื่อฉีดเข้าสู่ผิวชั้นตื้น
  • ละมุน เป็นธรรมชาติ ไม่บวมน้ำ: ต่างจากฟิลเลอร์บางรุ่นที่อาจมีการดูดซับน้ำจนดูฟูเกินไป Therafill จะให้ความเนียนกลืนไปกับผิวเดิมทันที ไม่เป็นก้อน และไม่เกิดปรากฏการณ์ Tyndall Effect (ผิวสะท้อนแสงเป็นสีเขียวหรือฟ้า)
  • เจ็บน้อย สบายผิว: ในตัวยามีส่วนผสมของยาชา Lidocaine 3 mg/ml ช่วยลดความเจ็บและเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างรับบริการ
  • สดจริงด้วยการควบคุมอุณหภูมิ: เพื่อรักษาคุณภาพของคอลลาเจนบริสุทธิ์ ตัวยาจะต้องถูกจัดเก็บในอุณหภูมิแช่เย็นควบคุมตลอดเวลา

เปรียบเทียบ TheraFill กับ หัตถการอื่นๆ

Therafill ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?
  • ส่วนประกอบหลัก: Therafill คือ คอลลาเจนบริสุทธิ์ Type I ส่วน [ฟิลเลอร์ใต้ตา/ฟิลเลอร์ผิว] คือ สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA)
  • กลไกและเนื้อสัมผัส: ฟิลเลอร์เน้นการปั้นขึ้นรูป เพิ่มปริมาตร (Volume) และอุ้มน้ำได้ดี เหมาะกับการแต่งทรงคาง ขมับ หรือยกพยุงหน้าแก้ม ส่วน Therafill จะมีความละเอียดสูง เน้นการกลืนไปกับผิวชั้นตื้นเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างเนื้อผิว ไม่เน้นการเปลี่ยนรูปหน้า จึงไม่เสี่ยงต่อการหน้าล้นหรือเป็นก้อนแข็ง
  • การสลายตัว: ฟิลเลอร์สามารถฉีดสลายได้ด้วยสารไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) แต่ Therafill จะค่อยๆ ถูกสลายไปตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย พร้อมทิ้งคอลลาเจนจริงที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไว้ใต้ผิว

Therafill ต่างจากสารกระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร?

  • Therafill (คอลลาเจนสด): ฉีดเข้าไปแล้วผิวจะอิ่มฟูทันที จากนั้นจึงทำหน้าที่เป็นกระตุ้นคอลลาเจนใหม่โดยไม่ก่อให้เกิดการอักเสบใต้ผิว เหมาะกับงานผิวชั้นตื้นและร่องริ้วรอยเล็กๆ
  • สารกระตุ้นคอลลาเจน (เช่น Sculptra / Radiesse): ส่วนใหญ่เป็นสารสังเคราะห์ เมื่อฉีดแล้วจะไม่เห็นผลการเติมเต็มทันที แต่ตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาอักเสบในระดับที่พอเหมาะเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองตามธรรมชาติในระยะเวลา 1-3 เดือน เหมาะกับการยกกระชับและเพิ่มปริมาตรใบหน้าในภาพรวมระยะยาว

ใครเหมาะกับ Therafill และเคสไหนที่ไม่แนะนำ?

ผู้ที่เหมาะกับการฉีด Therafill:

  • คนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ ผิวใต้ตาบางจนดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา คนที่กังวลเรื่องใต้ตาเป็นก้อน เป็นลำ
  • คนที่มีผิวหน้ายับ ขาดความชุ่มชื้น คอลลาเจนลดลงตามวัย
  • คนที่มีริ้วรอยเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วใบหน้า ซึ่งไม่เหมาะกับการเติมด้วยฟิลเลอร์หนาๆ
  • คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ละมุน เป็นธรรมชาติ ไม่อยากเสี่ยงหน้าล้นหรือเป็นก้อน

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีด Therafill: หากคุณต้องการปรับโครงสร้างใบหน้า ปรับแนวกราม เติมคาง หรือยกพยุงหน้าแก้มที่หย่อนคล้อยมากๆ Therafill จะไม่สามารถตอบโจทย์ในจุดนี้ได้ เนื่องจากเนื้อผลิตภัณฑ์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มวอลลุ่มขนาดใหญ่หรือสร้างมิติคมชัด หากเป็นกรณีนั้น การเลือกฉีด [ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า] จะตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า

การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ Therafill

การเตรียมตัวก่อนทำ:

  • งดรับประทานยาและวิตามินที่ส่งผลให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น Aspirin, Vitamin E, Fish Oil หรือสารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 3-5 วันก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับบริการ
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือสถานะการตั้งครรภ์ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

การดูแลหลังทำ:

  • ใน 24 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการจับ กด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด
  • งดการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากชั่วคราว
  • ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก หลีกเลี่ยงความร้อนจัดทุกประเภท เช่น การเข้าซาวน่า สปา อบไอน้ำ หรือเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนสูง
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ: (ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน) เพื่อช่วยส่งเสริมให้คอลลาเจนสดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและผิวมีความชุ่มชื้นเต็มที่

เช็กราคา Therafill ในตลาดปัจจุบัน ราคาเท่าไร ?

ราคาของการฉีด Therafill คอลลาเจนสด โดยทั่วไปจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 15,000 บาท ต่อ 1 CC ทั้

สรุป

TheraFill® เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและเติมเต็มริ้วรอย โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา 

แนะนำทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางการรักษาที่ดีที่สุด 

ความเชี่ยวชาญของแพทย์ คือปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

Revive Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพผิวของคุณด้วยมาตรฐานทางการแพทย์คุณไว้ใจ
ให้ทีมแพทย์ช่วยประเมินเบื้องต้น หรือนัดคิวเข้ามาพูดคุยปรึกษาฟรีที่คลินิกได้เลย

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

TheraFill® ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง?

ฟิลเลอร์เติมเต็มทันที เน้นแก้ปัญหาจากโครงสร้าง ส่วน TheraFill® เติมเต็ม และฟื้นฟูสภาพผิว ทำให้ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานกว่า

ปลอดภัยสูงถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย. และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์

อาจเป็นก้อนได้ถ้า:

  • วางยาในชั้นตื้นเกินไป แต่สามารถหายได้เองใน 2-4 สัปดาห์

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันครั้งละประมาณ 4 สัปดาห์ หลังจากฉีดครบคอร์สแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง หลังจากนั้นสามารถกลับมาฉีดกระตุ้นซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงสภาพผิวให้อ่อนเยาว์

หลังฉีดทันทีจะเห็นว่าผิวอิ่มฟูขึ้นทันทีประมาณ 70-80% อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือตึงผิวบริเวณที่ทำ ซึ่งจะค่อยๆ ยุบตัวลงและเนียนกลืนไปกับผิวภายใน 1-3 วัน อาจพบรอยแดงจากเข็มจุดเล็กๆ ซึ่งจางหายได้เอง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น

หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร, ผู้ที่มีประวัติแพ้โปรตีนจากสัตว์หรือแพ้คอลลาเจนรุนแรง, ผู้ที่แพ้ยาชา Lidocaine, ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง (เช่น SLE) และบริเวณผิวหนังที่จะฉีดมีอาการติดเชื้อหรืออักเสบอยู่

Before & After

สัมผัสความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นใจ

Let's Talk

หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ และไม่เร่งขาย
Revive Clinic ฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงโครงสร้าง ด้วยเทคนิคแพทย์ที่คุณไว้วางใจ

💬 หรือทักแชท Facebook / Instagram ได้ตลอดเวลา

Revive Clinic
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.