เจาะลึก TheraFill® นวัตกรรม Atelocollagen บริสุทธิ์: นวัตกรรมกู้ผิวใต้ตา ริ้วรอยที่คุณต้องรู้ และการรักษามาตรฐานที่ Revive Clinic
TheraFill® คืออะไร? :
TheraFill® คือสารเติมเต็มผิวหนังชนิดฉีด (Injectable Filler) ที่ผลิตจาก Purified Porcine Collagen Type I (คอลลาเจนจากสุกรชนิดที่ 1) ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูง TheraFill® อยู่ที่กระบวนการผลิตที่ผ่านการกำจัดส่วนปลายของโมเลกุลที่เรียกว่า “Telopeptide” ออก ซึ่งลดความเสี่ยงในการแพ้ ต่างจากคอลลาเจนในยุคอดีต
ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง KFDA, CE Mark, U.S. FDA รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. ไทย) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
Revive Clinic
ทำไมการรักษาด้วย TheraFill® ที่ Revive Clinic ถึงแตกต่าง?
- ความแม่นยำคือหัวใจ (Precise Layer Injection) การฉีด TheraFill ต้องลงลึกถึงชั้น Mid-Dermis เท่านั้น หากตื้นไปจะเป็นก้อนชั่วคราว หากลึกไปผลลัพธ์ไม่ชัด ทีมแพทย์ที่ Revive Clinic ให้ความสำคัญกับการวางยาให้ถูกชั้นผิว เพื่อให้คอลลาเจนกระจายตัวสร้างโครงสร้างผิวได้ดีที่สุด
- สด ใหม่ (Cold-Chain Standard) คอลลาเจนสดจะเสื่อมสภาพง่ายเมื่อเจอความร้อน เราจึงเคร่งครัดเรื่องการควบคุมอุณหภูมิที่ 2–8°C ตลอดเวลา ตั้งแต่การขนส่งจนถึงมือหมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะได้รับ "คอลลาเจนสด" ที่คงประสิทธิภาพสูงสุด 100%
- ออกแบบเฉพาะบุคคล (Face Mapping) เราไม่เชื่อในการฉีดแพทเทิร์นเดียวกันทุกคน คุณหมอจะวิเคราะห์ปัญหาผิวของคุณก่อน ว่าจุดไหนควรเติม จุดไหนควรเน้น เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดู "ละมุนและเป็นธรรมชาติ"
- จริงใจ ตรงไปตรงมา (Sincerity) เราอธิบายผลลัพธ์ตามหลักวิทยาศาสตร์และงานวิจัย ไม่ขายฝันเกินจริง เพื่อให้คุณเข้าใจกระบวนการรักษาและคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง เพราะความสบายใจของคุณ คือมาตรฐานของเรา
- ที่ รีไววคลินิก เราเชื่อเสมอเรื่อง “แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ” คุณหมอวิเคราะห์ใบหน้าก่อนเสมอ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
กลไกการทำงานของ TheraFill®
- เติมเต็มทันที (Immediate Replacement) ด้วยโครงสร้างโมเลกุลที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ TheraFill® จะเข้าไปแทนที่คอลลาเจนที่สูญเสียไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ช่วยหนุนโครงสร้างผิวให้กลับมาเรียบเนียน แก้ไขปัญหาร่องลึกและหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สร้างโครงร่างผิวใหม่ โดยไม่อักเสบ (Non-Inflammatory Scaffold) ตัวยาจะทำหน้าที่เป็น “Scaffold” หรือโครงร่างตาข่าย โดยไม่ผ่านการอักเสบ ทำให้ระยะเวลาพักฟื้นสั้น
- ฟื้นฟูระยะยาว (Cellular Regeneration) เมื่อมีผิวที่แข็งแรง เซลล์ Fibroblast ของร่างกายเข้ามาเกาะและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ส่งผลให้ผิวมีความหนาแน่น (Skin Density) และความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นในระยะยาว
TheraFill® ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง?
- Periorbital Rejuvenation: แก้ไขปัญหาใต้ตาลึก ร่องน้ำตา และความหมองคล้ำ โดยไม่ก่อให้เกิดก้อน (Lumpiness) หรือปรากฏการณ์ Tyndall Effect (แสงสะท้อนสีฟ้าใต้ผิว)
- Fine Lines Correction: ริ้วรอยตื้นๆ บริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และรอยตีนกา
- Skin Revitalization:ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความแน่นกระชับ รูขุมขนดูละเอียดขึ้น และคืนความฉ่ำวาวสุขภาพดี
- รักษาหลุมสิวและแผลเป็น: ช่วยเติมเต็มแผลเป็นหลุมสิวขนาดเล็กให้ดูตื้นและเรียบเนียนขึ้น
- TheraFill ด้วยขนาดโมเลกุลที่เล็กระดับนาโน (เล็กกว่า 0.45 ไมครอน) ไม่เสี่ยงเป็นก้อน เป็นลำ
จุดเด่นของ Therafill คอลลาเจนสดที่ต่างจากหัตถการอื่น
- ปลอดภัยสูงสุด ไม่เสี่ยงอุดตันหลอดเลือด: ด้วยขนาดโมเลกุลที่เล็กระดับนาโน (เล็กกว่า 0.45 ไมครอน) ซึ่งเล็กกว่าเส้นเลือดฝอยอย่างมาก ทำให้มีความปลอดภัยสูงมากเมื่อฉีดเข้าสู่ผิวชั้นตื้น
- ละมุน เป็นธรรมชาติ ไม่บวมน้ำ: ต่างจากฟิลเลอร์บางรุ่นที่อาจมีการดูดซับน้ำจนดูฟูเกินไป Therafill จะให้ความเนียนกลืนไปกับผิวเดิมทันที ไม่เป็นก้อน และไม่เกิดปรากฏการณ์ Tyndall Effect (ผิวสะท้อนแสงเป็นสีเขียวหรือฟ้า)
- เจ็บน้อย สบายผิว: ในตัวยามีส่วนผสมของยาชา Lidocaine 3 mg/ml ช่วยลดความเจ็บและเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างรับบริการ
- สดจริงด้วยการควบคุมอุณหภูมิ: เพื่อรักษาคุณภาพของคอลลาเจนบริสุทธิ์ ตัวยาจะต้องถูกจัดเก็บในอุณหภูมิแช่เย็นควบคุมตลอดเวลา
เปรียบเทียบ TheraFill กับ หัตถการอื่นๆ
- ส่วนประกอบหลัก: Therafill คือ คอลลาเจนบริสุทธิ์ Type I ส่วน [ฟิลเลอร์ใต้ตา/ฟิลเลอร์ผิว] คือ สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA)
- กลไกและเนื้อสัมผัส: ฟิลเลอร์เน้นการปั้นขึ้นรูป เพิ่มปริมาตร (Volume) และอุ้มน้ำได้ดี เหมาะกับการแต่งทรงคาง ขมับ หรือยกพยุงหน้าแก้ม ส่วน Therafill จะมีความละเอียดสูง เน้นการกลืนไปกับผิวชั้นตื้นเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างเนื้อผิว ไม่เน้นการเปลี่ยนรูปหน้า จึงไม่เสี่ยงต่อการหน้าล้นหรือเป็นก้อนแข็ง
- การสลายตัว: ฟิลเลอร์สามารถฉีดสลายได้ด้วยสารไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) แต่ Therafill จะค่อยๆ ถูกสลายไปตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย พร้อมทิ้งคอลลาเจนจริงที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไว้ใต้ผิว
Therafill ต่างจากสารกระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร?
- Therafill (คอลลาเจนสด): ฉีดเข้าไปแล้วผิวจะอิ่มฟูทันที จากนั้นจึงทำหน้าที่เป็นกระตุ้นคอลลาเจนใหม่โดยไม่ก่อให้เกิดการอักเสบใต้ผิว เหมาะกับงานผิวชั้นตื้นและร่องริ้วรอยเล็กๆ
- สารกระตุ้นคอลลาเจน (เช่น Sculptra / Radiesse): ส่วนใหญ่เป็นสารสังเคราะห์ เมื่อฉีดแล้วจะไม่เห็นผลการเติมเต็มทันที แต่ตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาอักเสบในระดับที่พอเหมาะเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองตามธรรมชาติในระยะเวลา 1-3 เดือน เหมาะกับการยกกระชับและเพิ่มปริมาตรใบหน้าในภาพรวมระยะยาว
ใครเหมาะกับ Therafill และเคสไหนที่ไม่แนะนำ?
ผู้ที่เหมาะกับการฉีด Therafill:
- คนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ ผิวใต้ตาบางจนดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา คนที่กังวลเรื่องใต้ตาเป็นก้อน เป็นลำ
- คนที่มีผิวหน้ายับ ขาดความชุ่มชื้น คอลลาเจนลดลงตามวัย
- คนที่มีริ้วรอยเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วใบหน้า ซึ่งไม่เหมาะกับการเติมด้วยฟิลเลอร์หนาๆ
- คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ละมุน เป็นธรรมชาติ ไม่อยากเสี่ยงหน้าล้นหรือเป็นก้อน
ผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีด Therafill: หากคุณต้องการปรับโครงสร้างใบหน้า ปรับแนวกราม เติมคาง หรือยกพยุงหน้าแก้มที่หย่อนคล้อยมากๆ Therafill จะไม่สามารถตอบโจทย์ในจุดนี้ได้ เนื่องจากเนื้อผลิตภัณฑ์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มวอลลุ่มขนาดใหญ่หรือสร้างมิติคมชัด หากเป็นกรณีนั้น การเลือกฉีด [ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า] จะตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า
การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ Therafill
การเตรียมตัวก่อนทำ:
- งดรับประทานยาและวิตามินที่ส่งผลให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น Aspirin, Vitamin E, Fish Oil หรือสารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 3-5 วันก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับบริการ
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือสถานะการตั้งครรภ์ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
การดูแลหลังทำ:
- ใน 24 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการจับ กด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด
- งดการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากชั่วคราว
- ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก หลีกเลี่ยงความร้อนจัดทุกประเภท เช่น การเข้าซาวน่า สปา อบไอน้ำ หรือเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนสูง
- ดื่มน้ำสะอาดมากๆ: (ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน) เพื่อช่วยส่งเสริมให้คอลลาเจนสดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและผิวมีความชุ่มชื้นเต็มที่
เช็กราคา Therafill ในตลาดปัจจุบัน ราคาเท่าไร ?
ราคาของการฉีด Therafill คอลลาเจนสด โดยทั่วไปจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 15,000 บาท ต่อ 1 CC ทั้
สรุป
TheraFill® เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและเติมเต็มริ้วรอย โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา
แนะนำทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางการรักษาที่ดีที่สุด
ความเชี่ยวชาญของแพทย์ คือปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
Revive Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพผิวของคุณด้วยมาตรฐานทางการแพทย์คุณไว้ใจ
ให้ทีมแพทย์ช่วยประเมินเบื้องต้น หรือนัดคิวเข้ามาพูดคุยปรึกษาฟรีที่คลินิกได้เลย
FAQ
คำถามที่พบบ่อย
TheraFill® ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง?
ฟิลเลอร์เติมเต็มทันที เน้นแก้ปัญหาจากโครงสร้าง ส่วน TheraFill® เติมเต็ม และฟื้นฟูสภาพผิว ทำให้ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานกว่า
TheraFill® ปลอดภัยไหม?
ปลอดภัยสูงถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย. และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
ฉีดแล้วเป็นก้อนได้ไหม?
อาจเป็นก้อนได้ถ้า:
- วางยาในชั้นตื้นเกินไป แต่สามารถหายได้เองใน 2-4 สัปดาห์
Therafill ควรฉีดกี่ครั้ง และอยู่ได้นานไหม?
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันครั้งละประมาณ 4 สัปดาห์ หลังจากฉีดครบคอร์สแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง หลังจากนั้นสามารถกลับมาฉีดกระตุ้นซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงสภาพผิวให้อ่อนเยาว์
หลังฉีด Therafill จะมีอาการบวม หรือต้องพักฟื้นไหม?
หลังฉีดทันทีจะเห็นว่าผิวอิ่มฟูขึ้นทันทีประมาณ 70-80% อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือตึงผิวบริเวณที่ทำ ซึ่งจะค่อยๆ ยุบตัวลงและเนียนกลืนไปกับผิวภายใน 1-3 วัน อาจพบรอยแดงจากเข็มจุดเล็กๆ ซึ่งจางหายได้เอง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น
: ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการฉีด Therafill?
หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร, ผู้ที่มีประวัติแพ้โปรตีนจากสัตว์หรือแพ้คอลลาเจนรุนแรง, ผู้ที่แพ้ยาชา Lidocaine, ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง (เช่น SLE) และบริเวณผิวหนังที่จะฉีดมีอาการติดเชื้อหรืออักเสบอยู่
Before & After
สัมผัสความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นใจ



















Let's Talk
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ และไม่เร่งขาย
Revive Clinic ฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงโครงสร้าง ด้วยเทคนิคแพทย์ที่คุณไว้วางใจ
💬 หรือทักแชท Facebook / Instagram ได้ตลอดเวลา