Profhilo คืออะไร? นวัตกรรม Bio-Remodeling ฟื้นฟูผิว “ชุ่มชื้น + ยืดหยุ่น + แน่นกระชับ” แบบไม่เน้นเปลี่ยนรูปหน้า
ถ้าคุณรู้สึกว่า…ช่วงนี้ผิว “ดูเหนื่อย” แม้จะบำรุงแค่ไหนก็ยัง แห้ง ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ค่อยติด ผิวไม่เด้ง รูขุมขนดูชัด และเริ่มมีความหย่อนคล้อย
ปัญหาแบบนี้หลายครั้งไม่ใช่แค่เรื่องผิวชั้นบน แต่เป็นเรื่อง “โครงสร้างผิว” ที่เริ่มเสื่อมลงตามวัย
หนึ่งในหัตถการที่มาแรงในสายงานผิวทั่วโลก คือ Profhilo (โปรฟิโล)—แนวคิด Bio-Remodeling ที่เน้นฟื้นฟูผิวเชิงโครงสร้าง ให้ผิวกลับมา ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และดูแน่นสุขภาพดี โดยไม่โฟกัสการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้าเหมือนฟิลเลอร์
Profhilo คืออะไร?
Profhilo คือหัตถการฉีดฟื้นฟูผิวที่ใช้ Hyaluronic Acid (HA) ความเข้มข้นสูง เพื่อช่วย “ปรับสมดุลและฟื้นฟูโครงสร้างผิว” (Bio-Remodeling) ในหลายระดับชั้นผิว
จุดเด่นที่คนพูดถึงมากคือ
- HA เข้มข้นสูง 32 mg/ml
- ผ่านเทคโนโลยี NAHYCO® ทำให้เกิดโครงสร้างที่เรียกว่า HCC (Hybrid Cooperative Complex)
- ออกแบบมาให้ กระจายตัวได้ดี และเน้นผลด้าน งานผิว/ความยืดหยุ่น/ความชุ่มชื้น มากกว่าการ “ปั้นทรง” ใบหน้า
Profhilo ทำงานอย่างไร?
หลังฉีด Profhilo สารจะค่อย ๆ กระจายตัวในผิว และสนับสนุนการฟื้นฟูเซลล์สำคัญหลายกลุ่ม ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นตื้นถึงชั้นลึก เช่น
- Keratinocyte (ชั้นหนังกำพร้า)
ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูผิวชั้นบน ทำให้ผิวดูเรียบและสดใสขึ้น - Fibroblast (ชั้นหนังแท้)
เกี่ยวข้องกับการสร้าง คอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ความแน่น และริ้วรอยเล็ก ๆ - Adipocyte (ชั้นไขมันใต้ผิว)
มีส่วนกับความ “ฟู” และความแน่นของชั้นผิว ทำให้ผิวดูอิ่มสุขภาพดีขึ้นในภาพรวม
สรุปแบบ Revive Clinic: Profhilo เป็นงานผิวที่เน้น ซ่อม-พยุงโครงสร้างผิว ให้ทำงานดีขึ้น มากกว่าการ “เติมให้เต็มทันที” แบบฟิลเลอร์
ทำไม Profhilo “ไม่ใช่ฟิลเลอร์” (แม้จะเป็น HA เหมือนกัน)
หลายคนสับสนเพราะทั้งสองอย่างเป็น HA แต่เป้าหมายต่างกัน
ฟิลเลอร์ (HA แบบ Crosslinked)
- มักเป็น Crosslinked HA (มีการเชื่อมโมเลกุล) เพื่อให้คงรูปเป็นเจล
- เหมาะกับ เติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า เพิ่มวอลลุ่ม
- ต้องการความ “อยู่ทรง” ในตำแหน่งที่ฉีด
Profhilo (แนว Bio-Remodeling)
- เป็น HA ที่ถูกออกแบบให้เกิด HCC ด้วยกระบวนการเฉพาะ เน้นให้สามารถกระจายตัวได้ดี
- เน้น ความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ความแน่นของผิว แบบองค์รวม
- จุดขายคือ ผิวดีขึ้น ชุ้มชื้น หน้าไม่อ้วน
จุดเด่นของ Profhilo
- เพิ่มความชุ่มชื้นลึก ผิวดูฉ่ำขึ้น
- ช่วยให้ผิวดูแน่นและยืดหยุ่นขึ้น
- เหมาะกับคนเริ่มมีความหย่อนคล้อยระดับต้น–กลาง โดยไม่อยากทำให้หน้าดูเปลี่ยน
- ฉีดน้อยจุด เพราะตัวยากระจายได้ดี
- ช่วยเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ / ผิวไม่เรียบ / หลุมสิวตื้น ๆ ได้ในเคสที่เหมาะสม
Profhilo เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคนอายุประมาณ 25+ ไปจนถึงวัยที่เริ่มเห็นสัญญาณผิวชัดขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณมีเป้าหมายเหล่านี้
- ผิว ขาดน้ำ แห้ง หมอง แต่งหน้าไม่ติด
- เริ่มมี ริ้วรอยเล็ก ๆ และอยากให้ผิวกลับมาแน่นขึ้น
- ผิวเริ่ม หย่อนคล้อยเบา ๆ ถึงปานกลาง
- อยากได้งานผิวที่ ดูดีขึ้นแต่ยังเป็นหน้าเดิม
- มี หลุมสิวตื้น ๆ / ผิวไม่เรียบ / รูขุมขนดูกว้าง และอยากฟื้นฟูคุณภาพผิว
Profhilo ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
ตำแหน่งที่นิยม ได้แก่
- ใบหน้า (Full face/แก้มเป็นหลัก
- ลำคอ
ฉีด Profhilo กี่วันเห็นผล?
โดยทั่วไป
- 7–14 วันแรก: เริ่มรู้สึกว่าผิวชุ่มขึ้น ดูสดใสขึ้น
- 1–2 เดือน: เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นเรื่องความยืดหยุ่น ผิวดูแน่น เรียบขึ้น
ผิวแต่ละคนตอบสนองต่างกัน โดยเฉพาะคนที่ผิวขาดน้ำมาก ๆ หรือพักผ่อนน้อย อาจต้องทำตามแผนต่อเนื่องจึงเห็นภาพชัด
ต้องฉีดกี่ครั้ง? ใช้กี่ CC?
- โดยทั่วไป 1 syringe = 2 cc
- แนวทางที่พบบ่อย: ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน
- บางเคสที่ปัญหาผิวเยอะ/ต้องการฟื้นฟูลึกขึ้น อาจพิจารณาเพิ่มเป็น 3 ครั้ง
เทคนิค BAP (Bio Aesthetic Points) คืออะไร?
Profhilo มักมี “แนวทางตำแหน่งมาตรฐาน” เช่น ฉีด 5 จุดต่อใบหน้า 1 ข้าง เพื่อให้ตัวยากระจายตัวเหมาะสม ลดจำนวนจุดเข็ม และช่วยให้การปล่อยยาเป็นระบบ
Profhilo อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปผลลัพธ์อาจอยู่ราว 6–12 เดือน
และมักแนะนำ “ทำซ้ำเพื่อคงสภาพ” ตามการประเมินแพทย์ เช่น ปีละครั้ง หรือช่วงเวลาที่เหมาะกับสภาพผิวคุณ
Profhilo เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นหรือเปล่า?
- ความรู้สึก: เจ็บระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- หลังทำ: อาจมี ตุ่มนูน/รอยเข็ม/รอยช้ำ บางจุด
- ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตได้ปกติ และอาการมักดีขึ้นภายใน 1-2 วัน
Profhilo อันตรายไหม? ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง?
โดยหลัก Profhilo ถือเป็นหัตถการที่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยค่อนข้างมากเมื่อทำโดยแพทย์และใช้ของแท้
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป เช่น
- บวม/แดงบริเวณจุดฉีด
- รอยช้ำ
- ตุ่มนูนชั่วคราว
ทุกหัตถการฉีดมีความเสี่ยงได้ จึงควรทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และให้แพทย์ประเมินข้อห้าม/ประวัติสุขภาพก่อนเสมอ
Profhilo ต่างจาก Biostimulator อย่าง Sculptra / Radiesse ยังไง?
มองแบบง่าย ๆ
- Profhilo: เด่นเรื่อง ชุ่มชื้น + ยืดหยุ่น + งานผิว เห็นความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างไว เป็น “งานฟื้นฟูผิว”
- Biostimulator บางชนิด (เช่น PLLA, CaHA): มักเด่นเรื่อง กระตุ้นคอลลาเจนเชิงโครงสร้าง/ความกระชับในระยะยาว และใช้เวลา 1-3 เดือนเผื่อให้เห้นผลชัดเจน
ดูแลตัวเองก่อน–หลังฉีด Profhilo
ก่อนทำ
- แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัว ยาที่ทาน และประวัติแพ้ยา
- โดยทั่วไปมักแนะนำให้หลีกเลี่ยงยา/อาหารเสริมที่เพิ่มโอกาสช้ำ
หลังทำ
- งดนวด/กด/ถูแรง ๆ บริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- เลี่ยงสกินแคร์ระคายเคืองง่าย (เช่น AHA/BHA/เรตินอล) ประมาณ 2–3 วัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ + ทากันแดดสม่ำเสมอ
เลือกฉีด Profhilo ที่ไหนดี? (สิ่งที่ Revive Clinic แนะนำให้ดู)
- คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง และมีมาตรฐานความสะอาด
- ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และเข้าใจเทคนิคการฉีด (เช่นแนวทาง BAP)
- สามารถตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์แท้/แหล่งนำเข้า ได้
- มีการประเมินก่อนทำและวางแผนแบบ One Face, One Plan (ไม่ยึดสูตรตายตัว)
สรุป
Profhilo เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่โฟกัส Skin Quality อยากได้ผิวที่ชุ่มชื้นขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น ดูแน่นสุขภาพดี ลดความโทรมและริ้วรอยเล็ก ๆ โดยไม่เน้นเปลี่ยนรูปหน้า เหมาะมากสำหรับวัย 25+ ที่อยากเริ่มดูแลผิวเชิงโครงสร้างแบบจริงจัง
FAQ
คำถามที่พบบ่อย
Profhilo เห็นผลเร็วไหม?
ส่วนใหญ่เริ่มสังเกตได้ใน 7–14 วัน และชัดขึ้นใน 1–2 เดือน
Profhilo ต้องทำกี่ครั้ง?
แผนที่พบบ่อยคือ 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน (บางเคสเพิ่มเป็น 3 ครั้ง)
หลังฉีดต้องพักฟื้นไหม?
ส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีตุ่ม/รอยช้ำเล็กน้อยช่วงแรก
Before & After
สัมผัสความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นใจ











Let's Talk
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ และไม่เร่งขาย
Revive Clinic ฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงโครงสร้าง ด้วยเทคนิคแพทย์ที่คุณไว้วางใจ
💬 หรือทักแชท Facebook / Instagram ได้ตลอดเวลา