เจาะลึก Karisma คืออะไร? รีวิวข้อดี-ข้อจำกัด งานผิวคอลลาเจนสดพรีเมียม เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่ เช็กที่นี่
เมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น ผิวที่เคยเต่งตึงกลับดูหย่อนคล้อย และรูขุมขนก็เริ่มขยายตัวกว้างขึ้น การมีริ้วรอยเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของผิว คือการหายไปของคอลลาเจนในผิว
Karisma RH Collagen เป็นทางเลือกในการฟื้นฟูผิวที่ช่วยให้ผิวกลับมา เด้ง ฟู อ่อนเยาว์ และเรียบเนียน อีกครั้ง ช่วยเติมความอิ่มฟูให้ผิว พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ในคราวเดียว ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ อยู่ได้นาน และยังดูเป็นธรรมชาติ
Revive Clinic
ทำไมต้องฉีด Karisma ที่ Revive Clinic อารีย์
- วิเคราะห์ผิวและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล : ทีมแพทย์จาก Revive Clinic จะทำการตรวจประเมินสภาพผิว เพื่อออกแบบการรักษาให้ตรงกับปัญหาจริงของคนไข้แต่ละคน
- เทคนิค Evenlift : กระจายตัวยาอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันการเป็นก้อน
- ความปลอดภัย : Karisma เป็นคอลลาเจนที่แพ้น้อยมากเพราะโครงสร้างใกล้เคียงคอลลาเจนผิวมนุษย์ 99.9%
- การดูแลที่ใส่ใจ (Follow-up System): มีระบบการติดตามผลการรักษาหลังทำอย่างต่อเนื่อง
- การเดินทางที่สะดวกสบาย : คลินิกตั้งอยู่ย่านอารีย์ ห่างจาก BTS อารีย์ (ทางออก 1) เพียง 200 เมตร มีที่จอดรถ
- ที่ Revive Clinic เราเชื่อว่า “การแก้ปัญหาผิว ต้องแก้ให้ถูกสาเหตุ แล้วคุณจะได้ผิวเวอร์ชันที่แข็งแรงและดูเด็กที่สุด”
Karisma คืออะไร?
Karisma RH Collagen คือ คอลลาเจนแบบฉีด จากอิตาลี ที่ถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างเหมือนคอลลาเจนในผิวมนุษย์ถึง 99.9%
จุดเด่นคือ:
- เป็น คอลลาเจนบริสุทธิ์แบบฉีดตัวแรกและตัวเดียวในโลก ที่เหมือนคอลลาเจนผิวเราเกือบ 100%
- ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย
- ช่วยฟื้นฟูผิวจาก “โครงสร้างผิวข้างใน” ไม่ใช่แค่เติมผิวให้ตึงชั่วคราว
- ให้ผลลัพธ์ผิวฟู แน่น เด้ง แบบยังเป็นตัวเอง
- เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาใต้ตาเป็นริ้ว มีรอยยับใต้ตา ผิวเริ่มมีริ้วรอย ต้องการให้ผิวกลับมาดูเด็ก ดูสุขภาพดี อย่างเป็นธรรมชาติ
Karisma ทำงานอย่างไร?
ใน 1 กล่อง (2 cc) ของ Karisma RH Collagen จะมี 3 ส่วนผสมหลักที่ช่วยกันฟื้นฟูผิว ได้แก่
1. Recombinant Human (Rh) Collagen
- คอลลาเจนที่ได้รับการสังเคราะห์ให้มีโครงสร้างเหมือนคอลลาเจนในผิวมนุษย์ถึง 99.9%
- โอกาสแพ้น้อยมาก
- ช่วย ซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิว และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ได้ดี
- ให้ผลลัพธ์ผิวแน่นขึ้น แข็งแรงขึ้นจากข้างใน
2. Non-cross link High Molecular Weight Hyaluronic Acid
- ไฮยาลูรอนิคแอซิด (HA) ที่มีโมเลกุลสูง
- ช่วยเติมน้ำให้ผิวจากด้านใน ทำให้ผิว ชุ่มชื้น อิ่มฟู
- ช่วยทำหน้าที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (Microenvironment) ในการหล่อเลี้ยงและกระตุ้นการเติบโตของคอลลาเจน
3. Carboxymethyl Cellulose (CMC)
- ช่วยให้ตัวยากระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในผิว
- ทำให้ผลลัพธ์ออกมา เรียบ ละมุน ไม่เป็นก้อน
- ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Hyaluronidase ซึ่งเป็นตัวการคอยทำลายคอลลาเจน ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
Karisma เหมาะกับใคร? ปัญหาผิวแบบไหนที่ตอบโจทย์
- ผู้ที่มีผิวใต้ตาบาง: ใต้ตาแห้ง ยับ มีริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine lines) รอบดวงตา หรือคนไข้ที่มีปัญหาร่องน้ำตาตื้น ๆ ในระยะเริ่มต้น
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวและแผลเป็น: โดยเฉพาะหลุมสิวประเภทแอ่งกระทะ (Rolling Scar) และหลุมกล่องขอบชัด (Boxcar Scar) คาริสมาจะเข้าไปช่วยเร่งการกู้คืนเนื้อเยื่อใต้ฐานหลุมสิวได้ดีมาก
- ผู้ที่ผิวโทรม ขาดความยืดหยุ่น: ผิวหน้า แก้ม ลำคอ หรือหลังมือแห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติดทนหลังผ่านการทำเลเซอร์บ่อย ๆ
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ – เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน
คนที่ไม่เหมาะกับ Karisma?
- ผู้ที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึกจากโครงสร้างกระดูกทรุด: หากกระดูกเบ้าตาทรุดตัวลงมาก การฉีด Karisma เพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถทดแทนปริมาตรที่หายไปได้ แนะนำทำควบคู่กับโปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler HA) เพื่อหนุนโครงสร้างกระดูกร่วมด้วย
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรง: หากต้องการการยกกระชับหน้า (Lifting) หรือปรับรูปหน้าเรียว การใช้ Karisma ที่เน้นงานคุณภาพผิว (Skin Quality) อาจไม่ตอบโจทย์ ควรขยับไปใช้กลุ่มเครื่องยกกระชับ เช่น Ulthera Prime หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนกลุ่ม PLLA ที่เน้นแรงยกพยุงชั้นผิว
ผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีด Karisma RH Collagen
- ริ้ว ๆ ใต้ตา และริ้วรอยเล็ก ๆ จางลง
- ใต้ตาโบ๋ดีขึ้น ทำให้หน้าดูสดใสขึ้น
- รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าเรียบละเอียดขึ้น
- ผิวอิ่มฟู เด้ง แต่งหน้าง่ายขึ้น
- โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ทำให้ริ้วรอยใหม่มาได้ช้าลง
-
ผลลัพธ์ดีหรือไม่ ขึ้นกับแพทย์ผู้ดูแล เพราะเทคนิคในการวางตัวยาในชั้นผิวที่ถูกต้องและการกระจายอย่างสม่ำเสมอถือเป็นเรื่องสำคัญมาก อีกทั้งการวิเคราะห์หาสาเหตุ และออกแบบใบหน้า เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้สำคัญที่สุด
ผลลัพธ์มักจะเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ หลังฉีดไปประมาณ 2–4 สัปดาห์ และสามารถคงอยู่นานกว่า 1 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง)
เปรียบเทียบ: Karisma vs Juvelook vs Rejuran vs Sculptra
Karisma RH Collagen : ช่วยฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast และเติมคอลลาเจนเข้าสู่ผิวโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ให้ผิวเรียบเนียนและดูสุขภาพดี
Juvelook : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อปรับคุณภาพผิว ลดรูขุมขน และทำให้ Texture ผิวเรียบเนียนขึ้น
Rejuran :เน้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวจากภายใน ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว ลดรอยแดง และเพิ่มความโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ
Sculptra : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ช่วยเพิ่มความแน่นตึง ยกกระชับใบหน้า และฟื้นฟูบริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม เช่น แก้มตอบ
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดขึ้นอยู่กับปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของการรักษา ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
Karisma ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง ?
บริเวณที่นิยมฉีด Karisma
- ผิวบริเวณใต้ตาและรอบดวงตา (Forehead / Glabellar / Crow’s feet / Perioral wrinkles)
- หน้าแก้ม ร่องแก้ม และร่องน้ำตา
- บริเวณลำคอ (Neck lines) เนินอก และหลังมือที่ผิวเริ่มเหี่ยวแห้ง
ต้องฉีดกี่กล่อง? ฉีดยังไงให้คุ้มและเห็นผลที่สุด
จากประสบการณ์เคสจริงและการวางแผนของรีไววคลินิก แนะนำคร่าว ๆ ดังนี้
- เคสผิวทั่วไป ต้องการฟื้นฟูให้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ → แนะนำ 2 กล่อง ฉีดเว้น เดือนละ 1 กล่อง
เคสผิวมีอายุ (ผิวบาง ยับ รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยชัด) → แนะนำ 3 กล่องโดยเว้นห่าง เดือนละ 1 กล่อง เช่นกัน
การเตรียมตัวก่อนฉีด Karisma
เพื่อความปลอดภัยและลดโอกาสการช้ำ และบวม
- งดยากลุ่มแอสไพริน, NSAIDs, วิตามินอี, แปะก๊วย และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า อย่างน้อย 3-5 วันก่อนทำ
- หากมีประวัติเป็นเริมบริเวณริมฝีปากหรือใบหน้า ควรแจ้งให้หมอทราบก่อนล่วงหน้าเพื่อจ่ายยาป้องกัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
การดูแลตัวเองหลังฉีด Karisma
- หลีกเลี่ยงการ นวด กด คลึง บริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่เหงื่อออกเยอะ 24–48 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยง ความร้อนสูง / แดดจัด เช่น ซาวน่า อาบน้ำร้อนจัด ตากแดดนานๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- รักษาความสะอาดผิว ใช้คลีนเซอร์อ่อนโยน
- เลี่ยงการแต่งหน้าหนัก ๆ ในวันฉีด หรือจนกว่ารอยเข็มจะปิดสนิท
เปรียบเทียบ Karisma RH Collagen vs Collagen
Collaju : Atelocollagen Type I ช่วยฟื้นฟูผิว เพิ่มความเรียบเนียนและความยืดหยุ่น เหมาะสำหรับผิวบางและริ้วรอยตื้น
จุดเด่น: ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นก้อน ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
TheraFill : Atelocollagen จากสุกรที่ผ่านกระบวนการลดการก่อภูมิ ช่วยเติมเต็มริ้วรอยและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
จุดเด่น: เติมเต็มริ้วรอยเล็ก–ปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการฟิลเลอร์
Karisma RH Collagen : Recombinant Human Collagen ผสาน HA และ CMC ช่วยกระตุ้น Fibroblast พร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน
จุดเด่น: ลดริ้วรอย โดยเฉพาะใต้ตา ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
วิธีการเช็ก Karisma ของแท้ ตรวจสอบได้มาตรฐาน อย. ประเทศไทย
- เช็กสติกเกอร์โฮโลแกรม: บนกล่องต้องมีสติกเกอร์โฮโลแกรมสีเงินของบริษัทผู้นำเข้าอย่างถูกต้อง (บริษัท กอนนาวิน จำกัด) ติดอยู่ชัดเจน
- สแกน QR Code ตรวจสอบ: สามารถใช้สมาร์ตโฟนสแกน QR Code ที่อยู่บนตัวกล่อง เพื่อลิงก์เข้าสู่ระบบตรวจสอบ Lot Number เลขการผลิต และสถานะยาแท้ผ่านระบบของผู้นำเข้าได้ทันที
- ตรวจสอบเลขใบอนุญาต อย.: ตัวกล่องต้องระบุเลขที่ใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์อย่างชัดเจน (Karisma มีเลขใบอนุญาตคือ 67-2-1-2-0010070) และต้องมีเอกสารกำกับยาภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
ทำไมต้องดูแลผิวและฉีด Karisma ที่ Revive Clinic อารีย์?
- วิเคราะห์ผิวก่อนการรักษา : ทีมแพทย์จาก Revive Clinic จะทำการตรวจประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการรักษาให้ตรงกับปัญหาจริงของคนไข้แต่ละคน
- ทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญ : ทีมแพทย์จาก Revive Clinic ใช้เทคนิค Evenlift ในการกระจายตัวยาอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันการเป็นก้อน ทีมแพทย์มีประสบการณ์ในการดูแลคนไข้และอัพเดทเทคนิคใหม่ๆอยู่เสมอ
- การดูแลที่ใส่ใจ (Follow-up System): มีระบบการติดตามผลการรักษาหลังทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อคอยให้คำแนะนำและประเมินผลลัพธ์ของคนไข้อย่างใกล้ชิด
- การเดินทางที่สะดวกสบาย : คลินิกตั้งอยู่ใจกลางย่านอารีย์ เดินทางสะดวกสบาย ห่างจาก BTS อารีย์ (ทางออก 1) เพียง 200 เมตร หรือหากท่านใดขับรถส่วนตัวมา ทางคลินิกก็มีพื้นที่จอดรถบริการฟรี
Karisma ราคาเท่าไหร่?
เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท ต่อ 1 ไซริงค์ (2 cc)
Revive Clinic เรามุ่งเน้นการส่งมอบความคุ้มค่าผ่านผลลัพธ์ที่ชัดเจน ปลอดภัย โดยฝีมือทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
สรุป
ริ้วรอยใต้ตาที่ฝังลึก ผิวหน้าแห้งยับ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขและฟื้นฟูให้กลับมาดูดีและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติได้ หากได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างถูกจุดด้วยเทคนิคทางการแพทย์ที่ถูกต้อง
หากคุณต้องการปรึกษาเพื่อวางแผนการดูแลผิวหน้า ส่งรูปถ่ายใบหน้ามาให้หมอช่วยประเมินปัญหาเบื้องต้น หรือนัดหมายคิวเพื่อเข้ามา “ปรึกษาแพทย์ฟรี” ที่รีไววคลินิกย่านอารีย์ได้ทุกวัน
คลิกเพื่อส่งรูปหรือจองคิวปรึกษาแพทย์ฟรี
FAQ
คำถามที่พบบ่อย
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องฉีดบ่อยไหม?
หลังฉีดครบคอร์สตามที่แพทย์แนะนำ ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
กี่วันเริ่มเห็นผลลัพธ์?
หลังฉีดจะรู้สึกถึงความชุ่มชื้น อิ่มฟูของผิวได้ตั้งแต่ช่วง 3-7 วันแรก หลังจากนั้นในสัปดาห์ที่ 2-4 จะเริ่มผลิตคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวเริ่มแน่น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลงอย่างชัดเจน
ฉีด Karisma ใต้ตาอันตรายไหม?
ถ้าทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ถือว่าปลอดภัยมาก ไม่เป็นก้อน เป็นลำ
Karisma ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง?
Karisma เป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในขณะที่ฟิลเลอร์เน้นการเติมเต็มทันที
ฉีด Karisma แล้วต้องพักฟื้นไหม?
ปกติไม่ต้องพักฟื้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหนักใน 24–48 ชั่วโมงแรก
เวลาฉีดเจ็บไหม?
ก่อนทำการฉีด ทางคลินิกจะมีการแปะยาชาให้ก่อนประมาณ 30 นาที ทำให้ระหว่างฉีดคนไข้จะรู้สึกเพียงตึง ๆ เท่านั้น
ลงทะเบียนปรึกษาแพทย์
วิเคราะห์ใบหน้าและประเมินปัญหาโดยแพทย์โดยตรง นัดปรึกษาล่วงหน้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
Why Us
ทำไมต้องฉีด Karisma ที่ Revive Clinic อารีย์
- วิเคราะห์ผิวและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล : ทีมแพทย์จาก Revive Clinic จะทำการตรวจประเมินสภาพผิว เพื่อออกแบบการรักษาให้ตรงกับปัญหาจริงของคนไข้แต่ละคน
- เทคนิค Evenlift : กระจายตัวยาอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันการเป็นก้อน
- ความปลอดภัย : Karisma เป็นคอลลาเจนที่แพ้น้อยมากเพราะโครงสร้างใกล้เคียงคอลลาเจนผิวมนุษย์ 99.9%
- การดูแลที่ใส่ใจ (Follow-up System): มีระบบการติดตามผลการรักษาหลังทำอย่างต่อเนื่อง
- การเดินทางที่สะดวกสบาย : คลินิกตั้งอยู่ย่านอารีย์ ห่างจาก BTS อารีย์ (ทางออก 1) เพียง 200 เมตร มีที่จอดรถ
Before & After
สัมผัสความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นใจ
















Let's Talk
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ และไม่เร่งขาย
Revive Clinic ฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงโครงสร้าง ด้วยเทคนิคแพทย์ที่คุณไว้วางใจ
💬 หรือทักแชท Facebook / Instagram ได้ตลอดเวลา