หลุมสิวเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่รักษาได้ยากที่สุด โดยเฉพาะหลุมสิวชนิด Rolling Scar หรือหลุมสิวลึกที่เกิดจากพังผืดดึงรั้งผิวลงด้านล่าง แม้หลายคนจะเคยรักษาด้วยการตัดพังผืด (Subcision) และเห็นผลดีขึ้นในช่วงแรก แต่บางครั้งหลุมสิวอาจกลับมายุบตัวอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป
ปัจจุบันจึงเริ่มมีการนำ “ADM” หรือเนื้อเยื่อเทียมมาใช้ร่วมกับการรักษาหลุมสิว เพื่อช่วยเสริมผลลัพธ์และลดโอกาสที่หลุมสิวจะกลับมาเป็นซ้ำ
ทำไมหลุมสิวจึงเกิดขึ้น?
หลุมสิวเกิดจากการอักเสบของสิวที่ทำลายโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เมื่อแผลหาย ร่างกายอาจสร้างพังผืดขึ้นมายึดรั้งผิวเอาไว้ ทำให้ผิวด้านบนถูกดึงลงจนเกิดเป็นหลุม ยิ่งมีการสูญเสียเนื้อเยื่อมากเท่าไร หลุมสิวก็ยิ่งลึกและรักษายากมากขึ้นเท่านั้น
การตัดพังผืด (Subcision) ช่วยอะไร?
Subcision เป็นหัตถการที่แพทย์ใช้เข็มพิเศษตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวเอาไว้
เมื่อพังผืดถูกปลดปล่อย ผิวสามารถยกตัวขึ้นได้ ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น และ กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว
จึงเป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญของการรักษาหลุมสิวชนิด Rolling Scar
ทำไมบางคนหลุมสิวกลับมาเป็นซ้ำ?
หลังจากตัดพังผืด จะเกิด “ช่องว่าง” ใต้ผิวหนังขึ้น หากร่างกายสร้างพังผืดใหม่หรือเกิดการยุบตัวของเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น ช่องว่างดังกล่าวอาจยุบลงอีกครั้ง ส่งผลให้หลุมสิวกลับมาดูชัดขึ้น นี่คือเหตุผลที่บางเคสอาจต้องทำ Subcision มากกว่าหนึ่งครั้ง
ADM หรือเนื้อเยื่อเทียมคืออะไร?
ADM (Acellular Dermal Matrix) คือเนื้อเยื่อที่ผ่านกระบวนการกำจัดเซลล์ออก เหลือเฉพาะโครงสร้างโปรตีนและคอลลาเจนที่สำคัญต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เมื่อนำมาใช้ใต้ผิวหนัง ADM จะทำหน้าที่เสมือนโครงสร้างรองรับชั่วคราว ช่วยให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่เข้ามาทดแทนในระยะต่อมา
จึงถูกนำมาใช้ในหลายสาขาทางการแพทย์ รวมถึงการรักษาหลุมสิวบางประเภท
ADM ช่วยรักษาหลุมสิวได้อย่างไร?
หลังการตัดพังผืด แพทย์อาจพิจารณาวาง ADM ในบริเวณที่มีการสูญเสียเนื้อเยื่ออย่างชัดเจน ซึ่งบทบาทที่สำคัญของ ADM ได้แก่
- ช่วยพยุงช่องว่างใต้ผิว : ลดโอกาสที่บริเวณดังกล่าวจะยุบตัวกลับลงไปอีก
- เป็นโครงสร้างรองรับการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ : ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมบริเวณที่เสียหายได้ดีขึ้น
- เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาหลุมสิวลึก : โดยเฉพาะหลุมสิวที่มีการสูญเสียเนื้อเยื่อมาก หรือรักษาด้วยวิธีอื่นมาแล้วหลายครั้ง
ADM เหมาะกับใคร?
ADM ไม่ใช่การรักษาหลุมสิวที่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่อาจเหมาะในกรณีต่อไปนี้
- หลุมสิวลึกมาก
- หลุมสิวที่มีการสูญเสียเนื้อเยื่อชัดเจน
- เคยทำ Subcision แล้วผลลัพธ์ไม่คงที่
- หลุมสิวที่ดื้อต่อการรักษาหลายวิธี
การประเมินโดยแพทย์จะช่วยพิจารณาว่าหลุมสิวชนิดใดเหมาะกับการใช้ ADM ร่วมในการรักษา
ADM ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?
หลายคนอาจเข้าใจว่า ADM ทำหน้าที่คล้ายฟิลเลอร์ แต่ในความเป็นจริงมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน
- ฟิลเลอร์ ADM
- เติมเต็มปริมาตร เป็นโครงสร้างรองรับเนื้อเยื่อ
- เห็นผลเร็ว เน้นการฟื้นฟูระยะยาว
- สลายตามชนิดของผลิตภัณฑ์ เปิดโอกาสให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
เหมาะกับการเติม Volume เหมาะกับการแก้ปัญหาเนื้อเยื่อสูญเสีย
การรักษาหลุมสิวที่ดี ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว
หลุมสิวแต่ละประเภทต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น
- Subcision เพื่อตัดพังผืด
- Laser เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน
- Biostimulator เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิว
- ADM เพื่อรองรับเนื้อเยื่อในบางกรณี
การออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการเลือกหัตถการเพียงอย่างเดียว
สรุป
ADM หรือเนื้อเยื่อเทียม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ถูกนำมาใช้ร่วมกับการรักษาหลุมสิวลึก โดยเฉพาะในกรณีที่มีการสูญเสียเนื้อเยื่อหรือมีโอกาสเกิดการยุบตัวกลับหลังตัดพังผืด
อย่างไรก็ตาม ADM ไม่ใช่คำตอบสำหรับหลุมสิวทุกประเภท การประเมินชนิดของหลุมสิว ระดับความรุนแรง และโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Let's Talk
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ และไม่เร่งขาย
Revive Clinic ฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงโครงสร้าง ด้วยเทคนิคแพทย์ที่คุณไว้วางใจ
