หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หมอมักจะเจอบ่อยที่สุดเมื่อคนไข้สนใจทำ Ultraformer MPT ก็คือ “หนูต้องยิงกี่ Shot ถึงจะเห็นผล?” หรือ “ยิง 300 Shot จะพอไหม หรือต้องขยับไป 500-700 Shot ขึ้นไปเลย?”
เพราะปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเลือกจำนวน Shot ที่น้อยเกินไปอาจทำให้เห็นผลไม่ชัดเจน แต่ถ้ายิงมากเกินไปนอกจากจะสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจทำให้ผิวเจ็บระบมเปล่าๆ บทความนี้จะมาสรุปให้ฟังแบบเจาะลึก เพื่อให้คุณประเมินตัวเองได้ก่อนเข้าพบหมอ!
จำนวน Shot ในการทำ Ultraformer MPT คืออะไร?
Shot (ช็อต) คือ จำนวนครั้งในการปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนัง (รวมถึงชั้น SMAS และชั้นไขมัน) ผ่านหัวยิงประเภทต่างๆ ของเครื่อง Ultraformer MPT
ยิ่งจำนวน Shot มากขึ้น แพทย์ก็จะสามารถกระจายพลังงานได้ครอบคลุมทั่วใบหน้า ลำคอ และซ้ำในบริเวณที่มีปัญหาหย่อนคล้อยหรือสะสมไขมันมากเป็นพิเศษได้ถี่แน่นขึ้นนั่นเอง
เจาะลึกจำนวน Shot: 300, 500, 700, 900 Shots ต่างกันอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น หมอได้สรุปการแบ่งจำนวน Shot ตามบริเวณและระดับปัญหาผิวไว้ดังนี้:
📍 300 Shots — เน้นเก็บเฉพาะจุด / ผิวยังไม่หย่อนคล้อยมาก
เหมาะสำหรับ: คนที่มีอายน้อย (20 ปลายๆ – 30 ต้นๆ) ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี แต่ต้องการเก็บงานเฉพาะจุด เช่น เน้นกรอบหน้าให้ชัดขึ้น เก็บเหนียงเล็กๆ หรือยกหางตา/คิ้ว
บริเวณที่ยิงได้: กรอบหน้า + ใต้คาง (เหนียง) หรือยิงเน้นย้ำเฉพาะช่วงแก้มล่าง
📍 500 Shots — จำนวนมาตรฐานยอดฮิต (ทั่วใบหน้า)
เหมาะสำหรับ: คนที่มีปัญหาแก้มเริ่มคล้อย มีร่องแก้มตื้นๆ กรอบหน้าไม่ชัดเจน หรือเริ่มมีเหนียงสะสม เป็นจำนวนที่ครอบคลุมและลงตัวที่สุดสำหรับคนวัย 30+
บริเวณที่ยิงได้: ทั่วหน้า (แก้มส้ม, แก้มล่าง, ร่องแก้ม, กรอบหน้า) รวมถึงบริเวณใต้คาง/เหนียง
📍 700 Shots — ยกกระชับแบบจัดเต็ม (ทั่วใบหน้า + ลำคอ / เหนียงหนา)
เหมาะสำหรับ: คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก มีเนื้อแก้มเยอะ เหนียงหนา ชัดเจน หรือต้องการเก็บความตึงกระชับลงมาถึงช่วงลำคอ
บริเวณที่ยิงได้: ทั่วใบหน้าแบบเน้นย้ำความแน่น + ใต้คาง/เหนียงแน่นๆ + บริเวณลำคอ (Neck Lift)
📍 900 Shots ขึ้นไป — ฟื้นฟูโครงสร้างผิวระดับ Full Face & Neck Extra
เหมาะสำหรับ: คนที่มีอายุ 40+ หรือคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยสะสมทั่วใบหน้า แก้มย้อย เหนียงใหญ่ กรอบหน้าหาย
บริเวณที่ยิงได้: ทั่วใบหน้าแบบอัดแน่นพลังงานสองรอบ (Double Layering) + เหนียงหนาพิเศษ + ลำคอ + เน้นเก็บงานผิวตื้นด้วยหัว Ultra Boost
ตารางสรุปการเลือกจำนวน Shot ให้เหมาะกับปัญหาผิว
ยิง Shot เยอะไว้ก่อน = เห็นผลดีกว่าเสมอจริงไหม?
คำตอบคือ “ไม่จริงเสมอไป”
ผลลัพธ์ของการทำ Ultraformer MPT ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “จำนวน Shot” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญเหล่านี้:
- การวางVector (ทิศทางการยิง): หากยิงถูกชั้นผิว (SMAS) และวางทิศทางเวกเตอร์การยกกระชับได้ถูกต้อง แม้ยิง 500 Shot ก็สามารถเห็นผลชัดกว่าการยิง 800 Shot แบบสะเปะสะปะ
- ความหนาแน่นของชั้นไขมันและชั้นผิว: คนที่หน้าเล็ก ผิวบาง หากอัด Shot เยอะเกินไป ความร้อนสะสมอาจทำให้แก้มตอบเกินไปได้ ในขณะที่คนแก้มเยอะ หากยิง Shot น้อยเกินไป พลังงานก็อาจสลายไขมันได้ไม่หมด
- การผสมผสานโหมดพลังงาน: Ultraformer MPT มีทั้งแบบ Normal (Dot) และ MP Mode (Linear) การเลือกใช้หัวยิงให้เหมาะกับแต่ละจุดสำคัญกว่าการเน้นปริมาณ Shot
ทำไมต้องวางแผนจำนวน Shot แบบ “One Face, One Plan” ที่ Revive Clinic?
ที่ Revive Clinic ย่านอารีย์ เราเชื่อในหลักการ Radical Honesty (ตรงไปตรงมา ไม่ขายคอร์สเกินจำเป็น)
เราไม่เคยตั้งโจทย์ว่าคนไข้ทุกคนต้องยิง 700 หรือ 900 Shots เท่ากันหมด แต่เราใช้แนวทาง One Face, One Plan:
ประเมินตามโครงหน้าจริง: หมอจะตรวจจับชั้นผิว ความหนาแน่นของไขมันแก้มและเหนียงอย่างละเอียดก่อนยิงทุกเคส
แนะนำจำนวน Shot ตามความจำเป็นจริง: หากหน้าของคุณยิงแค่ 500 Shots แล้วได้ผลลัพธ์เป๊ะ หมอก็จะแนะนำแค่นั้น ไม่มีการยัดเยียดแพ็กเกจ Shot สูงๆ เพื่อทำยอดขาย
วางแผนยิงแบบผสมผสาน: ออกแบบการใช้หัวยิง (Depth) และโหมด (Dot/Linear) ให้ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะจุดของคุณที่สุด เพื่อให้ทุก Shot ที่ยิงลงไปคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
สรุป
ยิง Ultraformer MPT กี่ Shot ดีที่สุด?
ไม่มีตัวเลข Shot ที่เป็น “สูตรสำเร็จ” สำหรับทุกคน คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ การให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินโครงหน้าและปัญหาผิวจริงก่อนทำ
หากต้องการดูแลป้องกัน หรือเก็บกรอบหน้าสั้นๆ: 300 Shots
หากต้องการยกกระชับทั่วหน้า มาตรฐานวัย 30+: 500 Shots
หากมีเหนียงหนา แก้มเยอะ หรือต้องการเก็บช่วงคอ: 700 – 900 Shots
หากคุณยังลังเลและไม่แน่ใจว่ารูปหน้าของคุณต้องใช้กี่ Shot กันแน่ สามารถแวะเข้ามาปรึกษาและวางแผนร่วมกับหมอได้ที่ Revive Clinic ย่านอารีย์ ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการบังคับซื้อคอร์สอย่างแน่นอน
Let's Talk
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ และไม่เร่งขาย
Revive Clinic ฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงโครงสร้าง ด้วยเทคนิคแพทย์ที่คุณไว้วางใจ
