ถ้าพูดถึงหัตถการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด Ultraformer คือหนึ่งในชื่อที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในไทย แต่สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลคงเริ่มเห็นว่ามีทั้ง Ultraformer III (รุ่นยอดฮิตดั้งเดิม) และ Ultraformer MPT (รุ่นใหม่ล่าสุด) ออกมาให้เลือก จนเกิดคำถามว่า สองรุ่นนี้ต่างกันอย่างไร? ควรจ่ายเพิ่มเพื่อเล่นรุ่นใหม่ไหม? หรือรุ่นเดิมก็เพียงพอแล้ว?
Ultraformer III vs Ultraformer MPT คืออะไร?
ทั้งสองเครื่องใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (MMFU: Micro & Macro Focused Ultrasound) ยิงพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่หมอผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย
Ultraformer III: เป็นเครื่องรุ่นมาตรฐานที่เป็นกระแสนิยมมายาวนาน ใช้พลังงานแบบ Micro Focused Ultrasound ยิงเป็นจุดไข่ปลา (Dot Mode) ลงใต้ชั้นผิว
Ultraformer MPT: เป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น III โดยเพิ่มเทคโนโลยี Micro Pulse Technology (MPT) ทำให้ปล่อยพลังงานได้ทั้งแบบจุด (Dot) และแบบเส้นตรงสะสมความร้อน (Linear/MP Mode) พร้อมฟังก์ชันเพิ่มเติมสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพผิว
ตารางเปรียบเทียบ Ultraformer III vs Ultraformer MPT
เพื่อให้อ่านง่ายและเปรียบเทียบเห็นภาพชัดเจนที่สุด นี่คือสรุปความแตกต่างในแต่ละด้าน:
จุดเด่นที่ทำให้ Ultraformer MPT เหนือกว่ารุ่น III
สำหรับใครที่ลังเลว่าจะอัปเกรดเป็นรุ่น MPT ดีไหม จุดเด่นที่ MPT พัฒนาเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่:
ปล่อยพลังงานได้ละเอียดกว่า: MPT สามารถปล่อยพลังงานสะสมได้ถึง 417 Dots ใน 1 ช็อต (ในขณะที่รุ่น III ปล่อยได้ประมาณ 17 Dots) ทำให้เกิดความร้อนที่สม่ำเสมอและครอบคลุมพื้นที่ใต้ผิวได้แน่นกว่า
ยิงเร็วกว่า ช่วยประหยัดเวลา: ยิงพลังงานได้เร็วกว่ารุ่นเดิมถึง 2.5 เท่า ทำให้ขั้นตอนการทำทั่วหน้าใช้เวลาสั้นลงมาก ไม่ต้องนอนเกร็งนาน
เก็บงานผิวด้วย Ultra Boost Cartridge: หัวยิงพิเศษทรงวงกลมที่ปล่อยพลังงานแบบ Circle ช่วยผลักตัวยา/เซรั่ม และกระตุ้นคอลลาเจนชั้นตื้น ให้รูขุมขนกระชับและผิวดูอิ่มฟู
สลายไขมันเหนียงและแก้มล่างได้ดีขึ้น: ด้วย MP Mode ที่ให้ความร้อนเป็นเส้นตรงสะสมความร้อนต่อเนื่อง จึงช่วยลดก้อนไขมันเฉพาะจุดได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
Ultraformer III vs Ultraformer MPT เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?
เลือก Ultraformer III ถ้าคุณ:
มีงบประมาณจำกัด ต้องการความคุ้มค่าคุ้มราคา
เพิ่งเริ่มทำ HIFU ครั้งแรกๆ ผิวยังไม่ได้หย่อนคล้อยมาก
ต้องการเน้นการกรอบหน้าและยกกระชับระดับพื้นฐาน
เลือก Ultraformer MPT ถ้าคุณ:
กลัวเจ็บ: ไม่อยากทนความรู้สึกจี๊ดสะดุ้งระหว่างยิง
มีปัญหาทั้ง ผิวหย่อนคล้อย + ไขมันสะสม (แก้มเยอะ เหนียงหนา)
ต้องการทำเสร็จไวยกกระชับแบบเร่งด่วน ไม่มีเวลาอยู่นาน
ต้องการฟื้นฟูทั้งโครงสร้างชั้นลึกและงานผิวชั้นตื้น (Skin Quality) ในคอร์สเดียว
การดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่นานที่สุด
ก่อนทำ: งดเว้นการสครับผิว เลเซอร์หนักๆ หรือทาผลิตภัณฑ์กรดผลไม้ (AHA/BHA) ประมาณ 3-5 วัน เพื่อลดโอกาสเกิดผิวระคายเคือง
หลังทำ:
สามารถแต่งหน้า ทาครีม และใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด หรือการเข้าซาวน่าในสัปดาห์แรก
ทามอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้น และเน้นทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
ดื่มน้ำวันละ 1.5 – 2 ลิตร เพื่อช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
วางแผนยกกระชับหน้าอย่างตรงจุดที่ Revive Clinic
ไม่ว่าจะเลือก Ultraformer III หรือ Ultraformer MPT สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ตัวเครื่องก็คือ เทคนิคและความแม่นยำในการวางแผนยิงของแพทย์
ที่ Revive Clinic ย่านอารีย์ เรายึดหลัก One Face, One Plan:
วิเคราะห์โครงหน้าและชั้นผิวจริง: หมอจะประเมินชั้นความหนาของผิวและปริมาณไขมันอย่างละเอียด เพื่อเลือกประเภทเครื่องและออกแบบจำนวน Shot ให้เหมาะสมที่สุด
ตรงไปตรงมา ไม่ขาย Shot เกินจำเป็น (Radical Honesty): หากปัญหาผิวของคุณเหมาะกับ Ultraformer III ก็จะแนะนำตามตรงโดยไม่ยัดเยียดรุ่นที่แพงกว่า หรือหากเคสไหนเหมาะกับการสลับใช้หัวยิง MPT ก็จะวางแผนอย่างมีเหตุผล
เน้นผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ สวยปลอดภัย: ยิงเก็บรายละเอียดตามเวกเตอร์ใบหน้าจริง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์กรอบหน้าชัด ผิวดูยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ
สรุป
Ultraformer III ยังคงเป็นเครื่องยกกระชับรุ่นมาตรฐานที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ดีเยี่ยม ในขณะที่ Ultraformer MPT คือนวัตกรรมอัปเกรดที่เข้ามาช่วยแก้โจทย์เรื่อง ความเจ็บ เวลาที่ใช้น้อยลง และเน้นงานสลายไขมัน+งานผิวได้ละเอียดกว่า
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าสภาพผิวและปัญหาหน้าของคุณเหมาะกับรุ่นไหน สามารถแวะเข้ามาปรึกษาและวางแผนร่วมกับหมอได้ที่ Revive Clinic ได้เลย
Let's Talk
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ใส่ใจ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ และไม่เร่งขาย
Revive Clinic ฟื้นฟูผิวแบบลึกถึงโครงสร้าง ด้วยเทคนิคแพทย์ที่คุณไว้วางใจ
